เมนูใบเหลียงต้มกะทิ

สำหรับวันนี้เราขอนำเสนอเมนูใบเหลียงต้มกะทิแบบฉบับแกงใต้ที่หวานมันแถมกลิ่นหอมชวนรับประทาน เราไปพบกับกรรมวิธีการทำเมนูนี้พร้อมๆ กันเลย

วัตถุดิบสำหรับเครื่องแกงใบเหลียงต้มกะทิ

1.หอมแดง ปริมาณ 6 หัว

2.กะปิ ปริมาณ 4 ช้อนชา

3.พริกไทยขาว ปริมาณ 40 เม็ด

อุปกรณ์สำหรับเครื่องแกงใบเหลียงต้มกะทิ

1.มีด

2.เขียง

3.สาก

4.ครก

5.จานสำหรับวางพักวัตถุดิบ

กรรมวิธีการทำเครื่องแกงใบเหลียงต้มกะทิ

1.นำหอมแดง ปริมาณ 6 หัว มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก จากนั้นทุบอย่างหยาบ วางใส่จานพักไว้

2.นำหอมแดง ปริมาณ 6 หัวที่เตรียมไว้มาใส่ครก จากนั้นตำให้ละเอียด แล้วเติมพริกไทยขาว ปริมาณ 40 เม็ดลงไป ตำต่อให้ละเอียดและเข้ากัน

3.เติมกะปิ ปริมาณ 4 ช้อนชา ลงไปตำในครกให้ละเอียด และเข้ากัน เป็นอันเสร็จสำหรับเครื่องแกงใบเหลียงต้มกะทิ

วัตถุดิบสำหรับเมนูใบเหลียงต้มกะทิ

1.ใบเหลียง ปริมาณ 2 กำ

2. กุ้งสด ปริมาณ 100 กรัม หรือ 1ขีด

3. กุ้งแห้ง ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

4. หัวกะทิ ปริมาณ 2 ถ้วยตวง

5. หางกะทิ ปริมาณ 2 1/2 ถ้วยตวง

6. เกลือป่น ปริมาณ  1 ช้อนชา

7.น้ำตาลทราย ปริมาณ 4 ช้อนชา

8.เครื่องแกงใบเหลียงต้มกะทิ ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

อุปกรณ์สำหรับเมนูใบเหลียงต้มกะทิ

1.มีด

2.เขียง

3.หม้อ

4.จวัก

5.จานสำหรับวางพักวัตถุดิบ

กรรมวิธีการทำเมนูใบเหลียงต้มกะทิ

1.นำใบเหลียง ปริมาณ 2 กำมือ เด็ดเอาเฉพาะส่วนใบ มาล้างให้สะอาด โดยควรล้างผ่านด้วยน้ำสะอาดประมาณ 4 – 5 น้ำ จากนั้นแช่น้ำไว้อีกประมาณครึ่งชั่วโมง นำใบเหลียงขึ้นจากน้ำสะอาดที่แช่ไว้ ตั้งให้สะเด็ดน้ำ หากใบ เหลียงมีขนาดใหญ่ให้หั่นให้มีขนาดเล็กลง วางใส่จานพักไว้

2.นำกุ้งสด ปริมาณ 100 กรัม หรือ 1 ขีด มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก และแกะเส้นดำกลางหลังกุ้งสดออก ล้างให้สะอาดอีกครั้ง แล้วตั้งให้สะเด็ดน้ำ ใส่จานวางพักไว้

3.นำหัวกะทิ ปริมาณ 2 ถ้วยตวง ใส่หม้อ จากนั้นตั้งไฟปานกลาง รอจนหัวกะทิเดือด ใส่เครื่องแกงใบเหลียงต้มกะทิปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะที่เตรียมไว้ลงไปพร้อมกับกุ้งแห้ง ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้เข้ากัน รอจนน้ำกะทิเดือดอีกครั้ง

4.เติมหางกะทิ ปริมาณ 2 1/2 ถ้วยตวง ลงไป คนผสมจนเข้ากัน แล้วรอจนน้ำกะทิเดือด

5.เติมกุ้งสด ปริมาณ 100 กรัม หรือ 1 ขีด ที่เตรียมไว้ลงไป รอจนกุ้งเริ่มสุก ใส่ใบเหลียง ปริมาณ 2 กำที่เตรียมไว้ลงไป

6.เมื่อใบเหลียงอ่อนตัวลงและกุ้งสุก ทำการปรุงรส โดยเติมเกลือป่น ปริมาณ  1 ช้อนชา และน้ำตาลทราย ปริมาณ 4 ช้อนชา คนผสมจนเข้ากัน แล้วรอจนน้ำกะทิเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟเป็นแกงพื้นบ้านภาคใต้แสนอร่อย

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหาร ที่ทำทานได้ง่ายๆมาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำรีวิว Café ในย่านสามย่าน ฟินไปกับของอร่อย

ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวานฟรุ้งฟริ้ง

ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวานฟรุ้งฟริ้ง

สายหวานคนไหนชอบรับประทานซอฟต์ครีมต้องไม่พลาดบทความนี้ที่จะมาแนะนำ ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวาน ที่ต้องบอกเลยว่าไม่เพียงแต่ความน่ารักสดใสเท่านั้น รสชาติของซอฟต์ครีมก็ยังหอมนุ่มละมุนลิ้นไม่ผิดหวังทุกร้านอย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วตามบทความเกี่ยวกับอาหารนี้ไปตะลุยกินร้านซอฟต์ครีมสุดน่ารักกันเลย

ร้านซอฟต์ครีม

ร้านซอฟต์ครีม สายหวานจะต้องชอบอย่างแน่นอน

Twister DIY Ice Cream

ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวาน ร้านแรกที่จะมาแนะนำ ก็คือ “Twister DIY Ice Cream” ร้านซอฟต์ครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานสไตล์อิตาลีลงไปด้วย ซึ่งเป็น Ice cream Gelato นั่นเอง และก็ตรงตามกับชื่อของร้าน เพราะเราสามารถที่จะ DIY ซอฟต์ครีมของเราเองได้ว่าต้องการรสชาติแบบใดมาผสมผสานกัน และที่สำคัญที่สายหวานจะต้องชอบอย่างแน่นอน เพราะซอฟต์ครีมของที่ร้านแห่งนี้นั้นมีแคลอรีที่ต่ำสุด ๆนั่นเอง

Freeze Frozen Yogurt

          ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวาน ร้านที่สองที่จะมาแนะนำ ก็คือ “Freeze Frozen Yogurt” อีกหนึ่งร้านซอฟต์ครีมที่เอาใจสายหวาน และผู้ที่รักสุขภาพ เพราะซอฟต์ครีมที่ร้านแห่งนี้มีไขมันที่ต่ำเป็นอย่างมาก จึงสามารถที่จะรับประทานได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด ทั้งยังสามารถที่จะนำซอฟต์ครีมมา Mix กับผลไม้ต่าง ๆได้ตามใจชอบหรือจะเลือก Mix กับ Yogurt ก็เข้ากันแบบสุด ๆ เป็นอีกหนึ่งร้านซอฟต์ครีมที่ต้องบอกเลยว่าสายหวานไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

Mochiron

ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวาน ร้านที่สามที่จะมาแนะนำ ก็คือ “Mochiron” ร้านซอฟต์ครีม Logo น้องหมาสุดน่ารักที่เอาใจคนรัก Chocolate โดยเฉพาะ เพราะซอฟต์ครีมรส Chocolate ของที่ร้านแห่งนี้มีความเข้มข้นแบบสุด ๆ ทั้งยังมีรส Nutella ที่สายหวานหลาย ๆคนชื่นชอบอีกด้วย และต้องบอกเลยว่าซอฟต์ครีมของที่ร้านแห่งนี้มีความเนียนนุ่มละมุนลิ้มแบบสุด ๆ รับรองว่าหากได้ชิมสักครั้งจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

          ร้านซอฟต์ครีม สุดน่ารักเอาใจสายหวาน ร้านที่สี่ที่จะมาแนะนำ ก็คือ “Kyo Roll En” ร้านซอฟต์ครีมสุดน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นที่สายหวานที่ชอบรสชาติของชาเขียวจะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะซอฟต์ครีมรสชาเขียวของที่ร้านแห่งนี้เป็นชาเขียวแบบต้นตำหรับแท้ ๆ ทำให้มีรสชาติที่เข้มข้น และได้กลิ่นหอมของชาเขียวแบบสุด ๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีซอฟต์ครีมสุดแปลกอย่างรส Charcoal อีกด้วย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ใครที่ได้ผ่านไปในย่านจตุรจักรต้องห้ามพลาดร้านซอฟต์ครีมสุดน่ารักแสนอร่อยแห่งนี้อย่างเด็ดขาด รับรองว่าคุณจะต้องติดใจจนอยากกลับมารับประทานอีกครั้งอย่างแน่นอน

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหารอร่อย ที่ทำทานได้ง่ายๆมาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำอาหารอร่อย เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ให้หอมนุ่มละมุนลิ้น ไม่ง้อร้าน

Café ดีไซน์เก๋ อาหารอร่อยใกล้ BTS วุฒากาศ

Greenery House

สายตะลุย Café อาหารอร่อยต้องไม่พลาดบทความนี้เลย เพราะบทความเกี่ยวกับอาหารนี้จะไปตะลุยกินที่ Café ดีไซน์เก๋ อาหารอร่อยใกล้ BTS วุฒากาศ นอกจากจะได้ไปถ่ายรูป เช็คอิน และฟินกับอาหารอร่อยแล้ว ยังเดินทางสะดวกอีกด้วย จะเป็น Café ไหนบ้างตามบทความนี้ไปดูกันเลย

Café ดีไซน์เก๋ ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นอย่างดี

Butter up café

Café ดีไซน์เก๋ อาหารอร่อยใกล้ BTS วุฒากาศ ที่แรกที่จะมาแนะนำ ก็คือ “Butter up café” ต้องบอกเลยว่าการเดินทางมายัง Café แห่งนี้สะดวกสบายแบบสุด ๆ เพราะอยู่ห่างจาก BTS วุฒากาศ เพียง 50 เมตรเท่านั้น สามารถที่จะเดินจาก BTS วุฒากาศ มายัง Café แห่งนี้ได้เลยโดยใช้ระยะเวลาเพียงไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ที่ Café แห่งนี้ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการแบบสุด ๆ โดยมี Wi-Fi เปิดให้ใช้บริการฟรีแบบไม่จำกัดเวลาอีกด้วย สามารถที่จะมานั่งทำงานหรือพักผ่อนในวันสบาย ๆได้เลย และทีเด็ดของที่ Café แห่งนี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสังขยา Homemade ที่ทาง Café ทำขึ้นมาเอง ต้องบอกเลยว่ามีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และอร่อยไม่เหมือนเจ้าไหน ๆอย่างแน่นอน

Greenery House

Café ดีไซน์เก๋ อาหารอร่อยใกล้ BTS วุฒากาศ ที่สองที่จะมาแนะนำ ก็คือ “Greenery House” Café ใกล้ BTS วุฒากาศ แห่งนี้มีบรรยากาศที่ดีสุด ๆสามารถที่จะเลือกนั่ง Zone Indoor ห้องแอร์เย็นสบาย ๆหรือ Zone Outdoor ที่รับลม และแสงแดดจากธรรมชาติที่เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมากก็สามารถที่จะเลือกได้ตามความต้องการ และต้องบอกเลยว่าอาหารของที่ Café แห่งนี้ทีเด็ดสุด ๆ

โดยเฉพาะเมนู “ผัดไทยโพซเอ๊กไข่เยิ้ม” บอกได้คำเดียวว่าต้องไปลองเองเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูสำหรับผู้ที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย นอกจากจะเดินทางสะดวกแล้วรับรองเลยว่าอาหารอร่อยเด็ดทุกอย่างแน่นอน

อร่อยบ้านเพื่อน

          Café ดีไซน์เก๋ อาหารอร่อยใกล้ BTS วุฒากาศ ที่สามที่จะมาแนะนำก็คือ“อร่อยบ้านเพื่อน” Café เล็ก ๆที่มีดีไซน์เก๋ไก๋เป็นอย่างมาก ทั้งยังมีบรรยากาศที่อบอุ่น และมีราคาที่ย่อมเยาอีกด้วย ใครที่ชอบรับประทานเมนูปลาหมึก ต้องไม่พลาดที่ Café แห่งนี้ เพราะเมนูเด็ดของ Café แห่งนี้ก็คือ เมนูปลาหมึกย่าง ที่ไม่ได้มาเป็นชิ้นเล็ก ๆแต่มาเป็นตัวเลยทีเดียว ยิ่งรับประทานคู่กันกับน้ำจิ้ม Seafood บอกได้คำเดียวเลยว่า เด็ด!!!

นอกจากนี้ยังมีเมนูของหวานตบท้ายอย่าง เฉาก๊วยนมสด ซึ่งเป็นเฉาก๊วยเจ้าดังจากตลาดน้ำคลองลัดมะยมเลยทีเดียว ทั้งยังมีเมนูอื่น น ๆอีกมากมาย และรับรองเลยว่าเด็ดทั้งของคาว และของหวานอย่างแน่นอน  

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหาร ที่ทำทานได้ง่ายๆมาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำรีวิว Café ในย่านสามย่าน ฟินไปกับของอร่อย

อาหารคลีน อาหารของคนรักสุขภาพ ช่วยห่างไกลมะเร็ง และควบคุมน้ำหนักได้ดี

อาหารคลีน อาหารของคนรักสุขภาพ
อาหารคลีน ดีอย่างไร

สำหรับความเป็นอยู่ของผู้คนในปัจจุบันนี้ที่ต่างก็ต้องเร่งรีบกับการทำงานที่ต้องแข่งขันกันจนไม่มีเวลาดูแลตนเอง และไม่มีเวลาดูแลครอบครัว แม้กระทั่งเรื่องอาหารการกินยังต้องซื้อเขากินตามท้องตลาดเลย ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่อยู่ตามท้องตลาดก็มักจะมีการปรุงเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม รสจัด ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะเกิดโรคต่างๆ ได้ หากรับประทานแบบนี้บ่อยๆ

อาหารคลีน

แต่ในช่วงหลังมานี้ได้มีอาหารที่กำลังเป็นที่นิยมรับประทาน เพราะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและทำให้คนรักสุขภาพควบคุมน้ำหนักได้ดี ซึ่งอาหารที่ว่านี้ก็คือ อาหารคลีน ที่เน้นแต่สารอาหารที่ร่างกายต้องการเท่านั้น อย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน

อาหารคลีน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย

อาหารคลีน จะมีวิธีทำง่ายๆ ใส่เครื่องปรุงในปริมาณที่น้อย และกรรมวิธีก็ไม่ยุ่งยาก แถมคุณค่าทางโภชนาการก็ไม่ได้ลดลง โดยในปัจจุบันมีเมนูมากมายที่เป็น อาหารคลีน อย่างอะโวคาโดโทสต์ไข่ กาแฟดำ บล็อกโคลี่ผัดกุ้ง อกไก่ สลัดผักปลาย่าง และเมนูอื่นๆ อีกหลากหลายเมนู ที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มนิยมทำกินกันในครอบครัว อีกทั้งอาหารคลีนนี้ส่วนใหญ่จะเน้นโปรตีน ผัก ข้าวกล้อง เป็นหลัก ซึ่งแต่ละเมนูที่เคยได้ทานจะมีรสชาติดี เมื่อเทียบกับอาหารทั่วไปถือว่าสูสีเลยล่ะ เพียงแต่คุณค่าทางโภชนาการอาหารคลีนจะสูงกว่า

อาหารคลีน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

สำหรับใครที่อยากควบคุมน้ำหนักก็ควรจะลดอาหารจำพวกแป้งและโซเดียม เพราะเครื่องปรุงส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา  ซอสปรุงรส ก็มักจะมีโซเดียมอยู่เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเมื่อกิน อาหารคลีน แล้วก็ควรจะออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย รับรองว่าสุขภาพร่างกายของทุกคนจะกลับมาแข็งแรงแถมหุ่นดีเหมือนเมื่อสมัยวัยรุ่นอย่างแน่นอน อีกทั้งการกินคลีนยังช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดี และสามารถนำสารอาหารเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าอาหารปกติทั่วไป

อาหารคลีน ดีต่อสุขภาพ

ในวันนี้จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมารับประทาน อาหารคลีน กัน เพราะจากระยะเวลาที่ตัวเองกิน อาหารคลีน มาตลอด การันตีได้เลยว่าสุขภาพร่างกายดีขึ้นจริงๆ แถมตอนนี้หันมาทำอาหารคลีนจำหน่ายจนเป็นรายได้เสริมไปแล้ว หากใครสนใจเดี๋ยวนี้จะมีเมนูต่างๆอยู่ตามเว็บไซต์ สามารถหาข้อมูลมาลองทำกันได้ง่ายๆ รับรองเลยว่าหุ่นฟิต ชะลอความแก่ และห่างไกลจากโรคร้ายแน่นอน

สุดท้ายนี้อยากจะบอกทุกคนว่า ไม่มียาที่ไหนจะดีเท่าการดูแลตัวเอง และไม่มีคนไหนดูแลเราได้เท่ากับเราดูแลตัวเราเอง อย่าปล่อยเวลาให้สายเกินไป หันมาใส่ใจสุขภาพร่างกายตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า เหมือนที่เขาว่า ไม่ต้องกินหรูอยู่แพงก็แข็งแรงได้ถ้าเราใส่ใจตัวเอง

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหารอร่อย มาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำ เมนูอาหารจากปลาทู เมนูที่มีประโยชน์และอร่อยถูกใจ

เมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้ ที่มีเคล็ดลับการทำชั้นเลิศ

เมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้ ที่มีเคล็ดลับการทำชั้นเลิศ

สำหรับวันนี้เราขอนำเสนอ เมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้ เมนูที่ใช้วัตถุดิบขมๆ อย่างมะระ มาผ่านเทคนิคเคล็ดลับที่ทำให้วัตถุดิบดังกล่าวไม่มีความขม แถมยังคงคุณประโยชน์ไว้อย่างครบถ้วน สามารถรับประทานได้ทั้งครอบครัว เราไปพบกับกรรมวิธีการทำเมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้พร้อมๆ กันเลย

เมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

วัตถุดิบในการทำ เมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

1.มะระ ปริมาณ 2 ลูก

2.หมูสับ ปริมาณ 600 กรัม หรือ 6 ขีด

3.เห็ดหอม ปริมาณ 5 – 7 หัว

4.วุ้นเส้นห่อเล็ก ปริมาณ 1 ห่อ

5.กระดูกหมู ปริมาณ 2 ชิ้น

6.เกลือป่น ปริมาณ 4 ช้อนชา

7.พริกไทย ปริมาณ 1 ช้อนชา

8.ซี้อิ้วขาว

9.น้ำตาลทราย

10.รากผักชี ปริมาณ 6 ราก

11.ใบผักชี ปริมาณ 1/2 กำมือ

12.น้ำสะอาด

วัตถุดิบในการทำ เมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

อุปกรณ์ที่ใช้ทำเมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

1.มีด

2.เขียง

3.จานสำหรับพักวัตถุดิบ

4.ถ้วยสำหรับแช่มะระ

5.หม้อแบบมีฝาปิด

6.จวัก

7.ครก

8.สาก

อุปกรณ์ที่ใช้ทำเมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

วิธีทำเมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

1.นำมะระ ปริมาณ 2 ลูก มาล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นมะระตามขวางเป็นท่อนๆ 1 ลูก หั่นให้ได้ 4 – 5 ท่อน คว้านเอาไส้และเม็ดมะระออกให้หมด ขั้นตอนนี้จะเป็นเคล็ดลับช่วยขจัดความขมของมะระ

2.นำมะระไปล้างอีกครั้ง จากนั้นนำเกลือป่น ปริมาณ 4 ช้อนชาทาที่ผิวมะระ เน้นด้านในที่เคยมีเม็ดและไส้มะระ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จึงล้างเกลือออก เพียงเท่านี้เราก็จะได้วัตถุดิบมะระที่ไม่ขม

3.นำรากผักชี ปริมาณ 6 ราก มาล้างให้สะอาด สับละเอียดใส่จานเตรียมไว้

4.นำวุ้นเส้นห่อเล็ก ปริมาณ 1 ห่อ มาแช่น้ำไว้ เมื่อพองตัวเต็มที่ หั่นให้มีขนาดเล็กลง วางใส่จานพักไว้

5.นำเห็ดหอม ปริมาณ 5 – 7 หัว มาล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำไว้ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตามความยาวของเห็ด โดย 1 หัว หั่นให้ได้ประมาณ 2 – 3 ชิ้น

6.นำกระดูกหมู ปริมาณ 2 ชิ้น มาล้างให้สะอาด ใส่จานพักไว้

วิธีทำเมนูต้มจืดหมูสับมะระยัดไส้

7.นำใบผักชี ปริมาณ 1/2 กำมือ มาล้างให้สะอาด ใส่จานพักไว้

8.นำรากผักชีที่เตรียมไว้มาโขลกรวมกับพริกไทย จากนั้นนำไปขยำรวมกับเนื้อหมูสับ ปริมาณ 600 กรัม หรือ 6 ขีด จนเข้ากัน เติมซีอิ้วขาว ปริมาณ 2 ช้อนชา และ น้ำตาลทราย ปริมาณ 1/2 ช้อนชา ขยำต่อจนเข้ากัน

9.นำวุ้นเส้นที่เตรียมไว้มาขยำรวมกับหมูสับปรุงรส จากนั้นนำไส้หมูสับไปยัดใส่ตรงกลางมะระที่คว้านไส้และเมล็ดออก

10.นำน้ำสะอาดใส่หม้อตั้งไฟ รอจนน้ำดือดใส่กระดูกหมูที่เตรียมไว้ลงไป รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง ตักไขกระดูกหมูออก เติมเห็ดหอมที่เตรียมไว้ลงไป ปิดฝาหม้อ ต้มต่ออีก 3 – 5 นาที เราจะได้น้ำซุปกระดูกหมู แล้วเราก็ตักกระดูกหมูออก

11.เติมซีอิ้วขาว ปริมาณ 1 ช้อนชาลงในน้ำซุปกระดูกหมู จากนั้นใส่มะระยัดไส้ลงไป ต้มต่อจนมะระยัดไส้สุกทั่วถึงกันทุกชิ้น

12.ใส่ผักชีที่เตรียมไว้ลงไป ปิดฝาต้มต่ออีก ประมาณ 5 นาที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟร้อนๆ จะเป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหาร ที่ทำทานได้ง่ายๆมาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำอาหารอร่อย ขนมจีนสี่ภาค ที่มีรสชาติแสนอร่อย

ร้านดังปาท่องโก๋ ที่เอาใจสายกรอบนุ่ม รสชาติอร่อยถูกใจ

ร้านดังปาท่องโก๋ ที่เอาใจสายกรอบนุ่ม

ปาท่องโก๋ ที่บางคนอาจเรียกว่า  จาโก้ย หรือจาก้วย ตามแล้วแต่สะดวกนั้น  ถึงแม้จะเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนในสมัยก่อน 

แต่ปัจจุบัน ปาท่องโก๋ ได้เข้ามายืนหนึ่งของอาหารเช้า  ที่คนสายเก๋าและสายใหม่  ต่างนิยมรับประทานคู่กับกาแฟโบราณ หรือเครื่องดื่มร้อนอื่น ๆ ตามต้องการ และในวันนี้เรามี 3 ร้านดังปาท่องโก๋ ที่มีสไตล์และเอกลักษณ์ความกรอบนอก นุ่มในที่โดดเด่นเฉพาะตัว                    

ร้านดังปาท่องโก๋ อร่อยเด็ด

ร้านดังปาท่องโก๋ เอาใจคนชอบทานของทอด

ร้านปาท่องโก๋เสวย เยาวราช

ร้านดังปาท่องโก๋ เอาใจสายกรอบนุ่ม ร้านแรกที่อยากแนะนำ คือ ร้านปาท่องโก๋เสวย เยาวราช มิติใหม่แห่งวงปาท่อง.. โก๋! ปาท่อง…  โก๋! (เสียงลูกคู่บังฮาซัน) เรียกได้ว่า  เอาใจสายสุขภาพที่ไม่ชอบของทอด  ประเภทอมน้ำมันกันเลยทีเดียว  ความกรอบแห้ง  นุ่มกำลังดี  ก็ถือว่าไม่ต่างจากแบบทอดเท่าไหร่ ซึ่งความหอมก็อาจจะสู้แบบดั้งเดิมไม่ได้  แต่ท็อปปิ้งที่สามารถเลือกได้หลากหลายรส  ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลต แยมส้ม แยมสตรอว์เบอร์รี คาราเมล หรือแบบดั้งเดิมของรสสังขยาที่หอม เข้มข้น ไม่หวานมาก  ก็ช่วยกลบจุดอ่อนเรื่องความหอมของตัวปาท่องโก๋ได้อย่างดี  หากใครมีโอกาสผ่านละแวกเยาวราช ย่านสี่แยกเฉลิมบุรี พิกัดบริเวณหน้าเซเว่น  ก็ไปจัดความกรอบกันได้       

ร้านปาท่องโก๋ภูเก็ต

ร้านดังปาท่องโก๋ เอาใจสายกรอบนุ่ม ร้านที่สองที่อยากแนะนำ คือ ร้านปาท่องโก๋ภูเก็ต  ที่ไม่ไปต้องไปถึงภูเก็ตก็ฟินได้ สำหรับร้านนี้  เอาใจสายคนชอบความหลากหลายของรสชาติ ที่มา 2 รสด้วยกัน คือ แบบหวาน  ที่มีความนุ่ม และรสชาติละม้ายคล้ายซาลาเปาทอด  และแบบเค็ม ที่พันเป็นรูปเกลียว ชิ้นใหญ่ หนาแน่น เอาไปจิ้มกับสังขยา หวานหอม ก็เพลินดีไม่ใช่น้อย  หากใครมีโอกาสผ่านวะแวกเสาชิงช้า  ถนนมหรรณพ ก็อย่าลืมไปแวะซื้อชิมและฝากทางบ้านให้ได้       

ร้านปาท่องโก๋ Mr.โก๋

                  ร้านดังปาท่องโก๋ เอาใจสายกรอบนุ่ม ร้านที่สามที่อยากแนะนำ คือ ร้านปาท่องโก๋ Mr.โก๋ เป็นรถเข็นเล็ก ๆ ย่านปากซอยศาลาแดง  ที่พร้อมต้อนรับFC ปาท่องโก๋ ในสูตรโบราณดั้งเดิม  ที่ขายมาแล้ว 30 ปี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า  ผู้คนสายเก๋าและสายใหม่บริเวณนั้น ต่างต้องรู้จักเป็นแน่  ถึงแม้ขนาดจะชิ้นเล็กไปหน่อย  แต่ด้วยความกรอบนอกนุ่มใน และกลิ่นหอมของตัวแป้งที่สัมผัสลิ้นแล้ว  ก็ไม่รู้สึกไม่ผิดหวัง  ยิ่งจิ้มท็อปปิ้งนมข้นกับกาแฟร้อน ๆ สักถ้วยแล้วล่ะก็  รับรองเพลินจนหมดถุงไม่รู้ตัว ปิดท้ายด้วยป้ายที่เคลมว่าปราศจากสารบอแรกซ์และแอมโมเนียนั้น  ยิ่งทำให้สายรักสุขภาพสบายใจขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

            ปาท่องโก๋  ที่เราเห็นจนชินชาตามตลาด หรือท้องที่ที่มีแหล่งชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น เป็นตัวบ่งบอกว่า  ของทอดที่ดูเหมือนง่าย ๆ แต่ไม่ง่าย ร้านดังปาท่องโก๋ ที่เอาใจคนชอบทาน และล้วนเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยชนิดหนึ่ง  ที่นอกจากความอร่อยแล้ว  ยังช่วยให้บริเวณนั้นมีสีสันท่ามกลางวงสนทนาที่สนุกสนานได้

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหารอร่อย มาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำ เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ให้หอมนุ่มละมุนลิ้น ไม่ง้อร้าน

เมนูข้าวเหนียวมูน อาหารคาวที่เป็นหวานได้

เมนูข้าวเหนียวมูน อาหารคาวที่เป็นหวานได้

ข้าวเหนียวหลายท่านรู้จักกันดี ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นอาหารยามเช้าที่เหมาะกับช่วงที่รถติดหนัก ๆ เตรียมไว้ให้เด็ก ๆ ได้ทานก่อนไปโรงเรียนบนรถ เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวหมูทอด ข้าวเหนียวไก่ทอด ข้าวเหนียวไก่ปิ้ง/ย่าง ซึ่งแน่นอนว่าทุก ๆ ท่านจะรู้จักข้าวเหนียวในความเป็นอาหารคาว ไม่ใช่อาหารหวาน

เมนูข้าวเหนียวมูนรสชาติหอมอร่อย

เมนูข้าวเหนียวมูน รสชาติหอมอร่อย

ข้าวเหนียวยังเป็นคาร์โบไฮเดรตหลักประจำภาคอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ หรือภาคอีสาน ซึ่งชาวท้องถิ่นภาคเหนือ หรือชาวล้านนามักจะเรียกข้าวเหนียวว่า “ข้าวนึ่ง” สามารถทานได้ทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และเย็น

โดยมีการจัดสำรับร่วมกับ “ขันโตก” กับข้าวก็จะมีประมาณ หมูทอด ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แกงแค จอผักกาด แคบหมู ซึ่งก็ยังจัดว่าข้าวเหนียวเป็นอาหารคาว ไม่ใช่อาหารหวาน

              สำหรับชาวท้องถิ่นภาคอีสานนั้นก็เช่นเดียวกันกับชาวเหนือ คือทานข้าวเหนียวเป็นคาร์โบไฮเดรตหลัก สามารถทานได้ 3 มื้อเช่นเดียวกัน ทานร่วมกับ ส้มตำ และไก่ย่าง อาจจะมีลาบ แกงอ่อม ซุปหน่อไม้คู่กันไป แต่ข้าวเหนียวก็ยังเป็นอาหารคาว อาหารมื้อหลัก เป็นมื้อที่หนัก ๆ ไม่ใช่อาหารหวานอยู่ดี

เมนูข้าวเหนียวมูน

               แต่ภาคกลางกลับนำเอาคาร์โบไฮเดรตหลักของชาวล้านนาภาคเหนือ และชาวภาคอีสาน คือ “ข้าวเหนียว” มาทำเป็นอาหารหวาน เรียกกรรมวิธีนี้ว่า “การมูน” และเรียกข้าวเหนียวที่ผ่านการมูนแล้วว่า เมนูที่อร่อยน่าทาน คือ เมนูข้าวเหนียวมูน นิยมทานเป็นอาหารหวาน อาหารว่าง ของทานเล่น สามารถทานกับผลไม้กลายเป็นอาหารหวานเมนูใหม่ ๆ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวขนุน หรือข้าวเหนียวเปียกลำไย

ถ้าทำของหวานเป็นหน้าต่าง ๆ ก็จะกลายเป็น ข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ เช่น ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวหน้าปลา ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ข้าวเหนียวหน้ากระฉีก เป็นต้น ระยะหลังมานี้ได้นำมาทานกับไอศครีม ก็อร่อยเข้ากัน ข้าวเหนียวมูนเสิร์ฟพร้อมไอศครีมกะทิ โรยด้วยถั่วลิสงคั่ว ราดด้วยนมสด ก็เป็นที่ชื่อชอบของคนทุกเพศและทุกวัยในช่วงอากาศร้อน ๆ

วิธีทำ เมนูข้าวเหนียวมูน

              วิธีทำ ทำเมนูข้าวเหนียวมูนต้องนำข้าวเหนียว (ข้าวสาร) มาซาวและแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน หรืออย่างน้อย 3 – 4 ชั่วโมง จากนั้นนำไปนึ่ง เมื่อข้าวเหนียวสุกแล้วถึงจะทำการมูน จากข้าวเหนียวที่เป็นคาร์โบไฮเดรตหลักในอาหารคาว ก็จะกลายเป็นอาหารหวานทันที วิธีการมูนนั้น จะเตรียมหัวกะทิคนผสมให้เข้ากันกับน้ำตาลทราย และเกลือป่นเล็กน้อย (อาจจะฉีกใบเตยลงไปขยี้ด้วยเพื่อให้ข้าวเหนียวมูนมีกลิ่นหอม) เมื่อน้ำตาลทรายและเกลือป่นละลายดีแล้ว กรองเอาตะกอนต่าง ๆ ออกด้วยผ้าขาวบาง

ข้าวเหนียวคลุกกับน้ำกะทิ

จากนั้นจึงนำไปคลุกเคล้าผสมกับข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ แล้วทิ้งพักไว้สักครู่เพื่อให้ข้าวเหนียวดูดซึมน้ำกะทิแล้วก็จะได้ เมนูข้าวเหนียวมูน ส่วนข้าวเหนียวดำถ้าต้องการทำเป็นข้าวเหนียวมูนต้องผสมข้าวเหนียวเขี้ยวงูลงไปด้วยเพื่อให้ข้าวเหนียวดำมีความนุ่มขึ้น ส่วนข้าวเหนียวมูนสีอื่น ๆ นั้น

สีผสมอาหารจากธรรมชาติ

  • สีเขียวได้จากใบเตย
  • สีฟ้าได้จากอัญชัน
  • สีแดง/ชมพูได้จากบีทรูท
  • สีเหลืองได้จากขมิ้น เป็นต้น เท่านี้อาหารคาวอย่างข้าวเหนียวก็จะกลายเป็นอาหารหวานที่แสนอร่อยแล้ว

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหาร ที่ทำทานได้ง่ายๆมาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำอาหารอร่อย เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ให้หอมนุ่มละมุนลิ้น ไม่ง้อร้าน

ร้าน My Café The Library โทนไม้สีน้ำตาลเข้มได้ความรู้สึกถึงมนต์เสน่ห์แห่งหนังสือ

ร้าน My Café The Library โทนไม้สีน้ำตาลเข้ม

หากใครที่กำลังมองหาร้านคาเฟ่ ชิล ชิลลลล (ออกเสียงลากยาว) ที่มีสไตล์ การตกแต่งร้านที่มีเอกลักษณ์ พร้อมกาแฟและเครื่องดื่มอีกมากมาย และเมนูแบบจัดหนักอย่างเมนูอาหารที่มีให้คุณอิ่มท้อง เรียกได้ว่าถ้ามาที่ ร้าน My Café The Library ก็ถือว่าครบจบในร้านเดียว

ร้าน My Café The Library

ร้าน My Café The Library มีทั้งกาแฟและมุมอ่านหนังสือ

ร้าน My Café The Library นั้นมีจุดเด่นที่นักอ่านทั่วกรุงเทพต้องมารวมตัวกันที่นี่ เพราะทาง ร้าน My Café The Library ได้ตกแต่งให้ร้านดูน่านั่งด้วยหนังสือมากมาย ได้กรุ่นกลิ่นห้องสมุดสมัยก่อนที่มีโทนไม้สีน้ำตาลเข้ม ๆ ได้ความรู้สึกถึงมนต์เสน่ห์แห่งหนังสือได้อย่างแท้จริง ที่สำคัญเราสามารถหยิบหนังสือเหล่านั้นมานั่งอ่านระหว่างเข้ามานั่งเล่นในร้านคาเฟ่ได้อย่างสบายใจอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่มีเครื่องดื่ม อาหาร และหนังสือที่เราสามารถครบ จบ ได้ในที่เดียว อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าห้องสมุดส่วนมากไม่ให้เอาอาหารเข้า แต่ร้านนี้เป็นการมิคแอนด์แมทซ์ที่ลงตัว เราสามารถคลุกได้ทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องกลัวหิวเลย

แน่นอนอว่าใครอยากอ่านหนังสือแนวไหน ทาง ร้าน My Café The Library นั้น ก็ได้คัดสรรและแยกหมวดหมู่มาให้คุณได้พร้อมเลือกหยิบอ่านตามใจชอบ โดยภายในร้านก็จะมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นโซน ๆ เป็นระเบียบ ไม่อัดแน่นจนเกินไป โดยบรรยากาศในร้านก็จะเงียบ ๆ ไม่มีเสียงรบกวน สามารถดำดิ่งเข้าสู่โลกแห่งหนังสือได้อย่างไม่ติดขัด หรือจะมานั่งเล่นกับเพื่อนหรือคนที่คุณรัก ก็ไม่มีปัญหา

ร้าน My Café The Library แบ่งโซนเป็นระเบียบ

นอกจากทาง ร้าน My Café The Library  จะมีหนังสือให้ทุกคนได้อ่านแล้ว ภายนอกก็มีที่จอดรถให้คุณจอดได้อย่างพอเพียง ซึ่งถ้าใครที่ต้องการจะเข้ามานั่งทำงานชิล ๆ ทางร้านก็มีบริการ wifi free พร้อมทั้งปลั๊กไฟ ให้คุณได้ใช้งานอย่างเต็มที่อีกด้วย ถือเป็นร้านที่เหมาะกับทุก ๆ คนอย่างแน่นอน และที่ดีงามกว่าร้านไหน ๆ คือร้านคาเฟ่ร้านนี้ ปิดดึกกว่าใครเพื่อน เพราะทางร้านนั้นจะให้บริการทุก ๆ คนที่เข้ามาตั้งแต่ เวลา 11.00 น. – 24.00 น. กันเลยทีเดียว ใครจะใช้งานหรือนั่งยาว ๆ ทั้งวันก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

  • ที่ตั้งของร้าน อยู่ในศูนย์การค้านวมินทร์ซิตี้อเวนิว ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว
  • ข้อมูลติดต่อ line : https://lin.ee/lZbt8FJ , fb : https://bit.ly/3dovYQD , IG : mycafethelibrary
  • เบอร์โทร 029072220 เบอร์มือถือ 0925459595  

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหารอร่อย มาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำ Café ในย่านสามย่าน ฟินไปกับของอร่อย

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ให้หอมนุ่มละมุนลิ้น ไม่ง้อร้าน

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ให้หอมนุ่มละมุนลิ้น

เมนูของหวานนี้ ใครหลายคนก็ต้องรู้จัก ข้าวเหนียวมูนที่มักเสิร์ฟคู่กับผลไม้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนหรือมะม่วง ตามเจ้าอร่อยหรือเจ้าตำนานต่าง ๆ ต่างมีเคล็ดลับมากมาย ที่ทำให้ข้าวเหนียวนั้นขึ้นเม็ดสวยงามและไม่แฉะ   

หากคุณมีตำราเคล็ดลับมากมาย แต่ไม่วายต้องสับสนกับขั้นตอนบางอย่างที่ผลลัพธ์ออกมาไม่สวยงาม  วันนี้เรามีเทคนิคที่ไม่ลับเพิ่มเติม เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ที่จะอาจช่วยเสริมให้ข้าวเหนียวมูนของคุณเป็นเมนูของหวาน  ที่ให้ความสุขกับสมาชิกครอบครัวในบ้านมากขึ้น         

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ให้อร่อยหอมหวานกะทิ

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน การเตรียมวัตถุดิบดี

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ขั้นตอนแรกที่อยากแนะนำ คือ วัตถุดิบดี คือคำตอบของความสำเร็จ ความหอมหวานของกะทิ  หากอยู่ในรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์เช่น แข็งไป  และแฉะไป ก็มีผลต่ออรรถรสในการรับประทาน ซึ่งนำมาซึ่งการเสียอารมณ์ได้ 

ดังนั้น การคัดเลือกวัตถุดิบของพันธุ์ข้าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อกระบวนการทำข้าวเหนียว ซึ่งนิยมกันหลายยี่ห้อ แต่ที่มีคุณภาพมากที่สุดคงไม่หนีพ้น “ข้าวเหนียวตรางูเพชร” จากจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีจุดเด่นด้านความขาวสะอาดและเม็ดเรียวยาวสวยงาม    

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ความสำคัญก่อนการนึ่ง

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ขั้นตอนที่สองที่อยากแนะนำ คือ ความสำคัญก่อนการนึ่ง นอกจากการคัดพันธุ์ข้าวเหนียวที่มีคุณภาพแล้ว  การนึ่งข้าวเหนียวก่อนมูนจัดเป็นลำดับความสำคัญลำดับต้น ๆ เช่นกัน 

หลายตำราอาจมีวิธีการและขั้นตอนต่างกันไม่มากนัก ส่วนมากมักขึ้นอยู่กับความละเอียดของของนักทำมือใหม่  ในขั้นตอนหลังจากการซาวข้าวเหนียว เสร็จเรียบร้อยนั้นจึงมีความสำคัญ  ที่ไม่ควรใส่น้ำเพื่อแช่ข้าว ในปริมาณที่สูงล้นเกินไป เพราะอาจทำให้ข้าวไม่ดูดน้ำ  อันเป็นสาเหตุของความแข็งได้  ดังนั้นเคล็ดลับที่ทำให้ข้าวดูดน้ำไว  จะต้องใส่น้ำพอประมาณ แช่ไว้จนใสประมาณ 3 ชั่วโมง จึงจะได้ที่ เพื่อสู่ขั้นตอนการนึ่งต่อไป                                                          

เทคนิคการมูนข้าวเหนียว

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ขั้นตอนที่สามที่อยากแนะนำ คือ การมูนข้าวเหนียว ขั้นตอนนี้คือท่าไม้ตาย  จะต้องมีความพิถีพิถันพอสมควร  เพราะเป็นสิ่งการันตีที่ชูความโปรหรือความชำนาญต่อข้าวเหนียวมูนของคุณให้ออกมาสวยงาม 

เริ่มด้วยการกำหนดระยะเวลาที่ดีสุดของการมูนข้าวเหนียว  คือช่วงที่ข้าวเหนียวและน้ำกะทิยังมีความร้อนอยู่  และหลังจากคนข้าวเหนียวและกะทิให้รวมกันแล้ว  เทคนิคการทำให้ข้าวมีความนิ่มนวลและไม่แข็งนั้น ในระยะเวลาหลังจากการทิ้งข้าวและน้ำกะทิในเวลา 10 นาที จะต้องคนข้าวเหนียวอีกรอบ  เพื่อความกลมกล่อมที่มากขึ้น     

เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี

          เทคนิคการทำข้าวเหนียวมูน ที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี อาจต้องแก้ปัญหาในจุดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น  หากมีสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม  เช่น  การกลี่ยข้าวไม่เสมอกันระหว่างนึ่ง  หรือแม้แต่ตอนเตรียมข้าวเหนียวจะต้องไม่ลืมในการขัดสารส้มก่อน เพื่อความเงาและไม่แฉะ  สิ่งเหล่านั้น  ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เชฟมือใหม่หรือพ่อบ้านแม่บ้าน อย่างคุณจะต้องเจอและแก้จนได้ผลลัพธ์ที่ดี

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหาร ที่ทำทานได้ง่ายๆมาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำอาหาร เมนูอร่อย ทานแล้วอิ่มท้องหายเหนื่อยแน่นอน

เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ของคุณให้ “หรอยแรง”

เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ของคุณให้ “หรอยแรง”

“ไก่มั้ยครับไก่ ซื้อมั้ยครับจะกลับแล้วไก่” หากไม่อยากร้องเพลงเรียกร้องให้ลูกค้าสายไก่ทอด  หันมาสนใจ กับกลยุทธ์การขายของคุณด้วยการตะโกนเรียก  ต้องนี้เลย ไก่ทอดหาดใหญ่ ป้ายตัวเป้ง ๆ ให้เด่นชัด และต้องใช้สูตรต้นตำหรับของจริงด้วยนะ จึงจะมัดใจลูกค้าได้ 

หากคุณมีตำราลับมากมายในแบบฉบับไก่ทอดหาดใหญ่ดั้งเดิม  แต่ก็ไม่วายที่จะสงสัยว่าใช่สูตรแท้หรือเปล่า  วันนี้เรามีเทคนิคเพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มรสชาติให้ไก่ทอด ล้วนแล้วแต่เป็น เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ที่มีรสชาติเด็ดไม่ซ้ำใคร

เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่

เทคนิคไก่ทอดหาดใหญ่ กลเม็ดของเมนูอร่อย

ความหอมพิชิตใจ

เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ที่มีรสชาติเด็ด สิ่งแรกที่จะทำให้เพิ่มรสชาติความอร่อย คือ ความหอมพิชิตใจ กลเม็ดของการทำอาหารในหลายต่อหลายชนิด  นอกจากความอร่อย ท่ามกลางสีสันของอาหารที่สวยงามแล้ว  กลิ่นหรือความหอม จะต้องหอมกรุ่นชวนหิวไปด้วย 

สูตรไก่ทอดหาดใหญ่ก็เช่นเดียวกัน  ที่ใช้เทคนิคการคลุกเคล้าส่วนผสมที่ลงตัว อย่างการคั่วยี่หร่าและผักชีให้หอม  ด้วยไฟอ่อน สัก 10 วิ ก่อนโขลกรวมกัน แล้วตามด้วยเกลือ กระเทียม  และน้ำตาลทรายแดง ก่อนนำไปสู่การหมักไก่ ที่อาจใช้ซอสปรุงรสหรือซีอิ้วขาวยี่ห้อตามใจชอบ เพื่อเติมเต็มไก่ให้มีกลิ่นเฉพาะ โดยการหมักนั้นจะต้องทิ้งระยะให้เหมาะสมหรือ 1 ชั่วโมงขึ้นไป (ยิ่งหมักนานยิ่งเข้มข้นถึงรสถึงชาติ)

เทคนิคการทอด

เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ที่มีรสชาติเด็ด สิ่งที่สองที่จะทำให้เพิ่มรสชาติความอร่อย คือ เทคนิคการทอด หากกรรมวิธีการหมัก และการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ  จะส่งผลต่อรสชาติที่ดีนั้น แต่ไก่ของคุณกลับติดอมน้ำมันและเลี่ยน อาจลดจุดขายในแง่ของไก่ทอดหาดใหญ่แท้ ๆ ได้

ฉะนั้น เทคนิคการทอด จึงมีส่วนสำคัญ โดยเริ่มหลังจากการคลุกแป้งข้าวเจ้าและสาลี เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ลงไก่ในน้ำมัน จะต้องลงด้านหนังก่อน และพลิกไก่ในทุก ๆ 3 นาที เพื่อให้สุกรอบด้าน หากจิ้มไปตรงเนื้อติดกระดูก  แล้วมีน้ำใสออกมา ก็เป็นอันว่าสุกได้ที่แล้ว ข้อแนะนำในระยะเวลาการทอดที่เหมาะสมจะต้องอยู่ประมาณ 12 นาที ท่ามกลางไฟค่อนกลาง และอย่าลืมตักพักเพื่อซับน้ำมัน  เพื่อเป็นอันจบพิธี

น้ำจิ้ม

          เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ที่มีรสชาติเด็ด สิ่งที่สามที่จะทำให้เพิ่มรสชาติความอร่อย คือ น้ำจิ้ม ส่วนเสริมที่ลงตัว ส่วนเสริมความอร่อยของอาหารประเภทต่าง ๆ ต่างมีวัตถุดิบที่แตกต่างกันไปเพื่อความลงตัวและอร่อยที่เพิ่มมากขึ้น

ไก่ทอดหาดใหญ่ก็เช่นเดียว  ควรมีน้ำจิ้มที่ใส่ใจในรายละเอียด ที่ไม่ใช่น้ำใส ๆ จาง ๆ เพื่อประกอบถุงเท่านั้น  โดยจะต้องมีกลิ่นหอมของรากผักชีและหวานกำลังดี เพื่อตัดความเค็มของไก่ (ไก่ทอดหาดใหญ่ดั้งเดิมโดยทั่วไปจะต้องมีรสเค็มนำนิด ๆ) และปิดท้าย ด้วยการเทราด   ท็อปปิ้งแห่งท่าไม้ตาย อย่างหอมเจียว  ที่จะขาดเสียไม่ได้  ซึ่งเป็นตัวชูโรงเพื่อเติมเต็มในฉบับไก่ทอดหาดใหญ่ปักษ์ใต้โดยแท้

             เทคนิคการสร้างจุดขาย ให้ไก่ทอดของคุณเป็นที่ร่ำลือต่อ ๆ กัน ด้วยการใส่ใจรายละเอียดให้ได้รสชาติของต้นตำหรับที่แท้นั้น โดยทั้งหมดนี้เป็นเพียง เทคนิคของไก่ทอดหาดใหญ่ ที่ไม่เพียงแต่ความอร่อยหรือรสชาติที่ตอบโจทย์ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรูปแบบให้ไก่ทอดหาดใหญ่ของคุณยืนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ป้ายที่สวยหรูแต่เพียงโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น

เว็บไซต์เราได้รวบรวม เมนูอาหารอร่อย มาเสิร์ฟไว้ให้แล้ว

แนะนำ เมนูอาหารจากปลาทู เมนูที่มีประโยชน์และอร่อยถูกใจ